หน้าแรก ปักหมุด สแกน4หุ้นน้ำด...

สแกน4หุ้นน้ำดีเอ็มเอไอปี63 JUBIL-PSTC-TACC-SKYเข้าวิน (2/01/63)

0
1001

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บล.โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS โดย “น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBS เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้น MAI ในปี 63 จะเริ่มคึกคักมากขึ้น เนื่องจากมีหลายบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่(นิวไฮ) และให้ปันผลสูงเฉลี่ย 4-5% โดยแนะนำเข้า “ลงทุน” ใน 4 หุ้นเด่น

JUBILE ลุยขยายสาขาเต็มสูบ

นำโดยหุ้น JUBILE  คาดปี 63 กำไรสุทธิทำนิวไฮที่ 265 ล้านบาท เติบโต 6% จากปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการใช้ข้อมูล Big data วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะเห็นผลได้ตั้งแต่ไตรมาส2/62 เป็นต้นมา ที่บริษัทสามารถสร้างยอดสาขาเดิม (SSSG)เติบโต10% ถึง 2 ไตรมาสช่วยหนุนการเติบโตต่อเนื่อง

รวมถึงการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ อาทิ JUBILEE Line Friends เพื่อจับกลุ่มวัยรุ่นและการเปลี่ยนกลยุทธ์การเติบโตจากการเน้นขยายสาขา สู่การเน้นเพิ่มยอดขายต่อสาขา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเติบโตช้าลง และยังผลักดันให้รายได้เติบโตได้มากยิ่งขึ้น

โดยฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PE Ratio โดยอิง Prospective P/E ที่ระดับ 17 เท่า(+1.0S.D.ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี) เพื่อให้สะท้อนถึงการกลับมาเติบโต ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 63 ราว 1.52 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมที่ 25.84 บาท และคาดหวังอัตราเงินปันผล 4.6 %ต่อปี ดังนั้นแนะนำ “ซื้อ”

PSTCลุยโปรเจ็กต์ใหญ่ทำเงิน

เลือก PSTC เป็นหุ้น Growth Stock เนื่องจาก “โครงการท่อขนส่งน้ำมันไปภาคอีสาน” เป็นโครงการขนาดใหญ่และสร้างรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคตของบริษัท อย่างไรก็ตามคาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.0-1.5% ต่อปี (ปี62-63) เพราะบริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนในโครงการท่อขนส่งน้ำมันภาคอีสาน

ส่วน “โครงการท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เริ่มดำเนินการปรับพื้นที่เพื่อวางท่อขนส่งน้ำมัน โดยคิดเป็นความคืบหน้า 19% ของโครงการทั้งหมด โดยบริษัท TPN(บริษัทในเครือ) ดำเนินธุรกิจท่อขนส่งน้ำมันเส้นทางสระบุรี – ขอนแก่นระยะทาง 350 กิโลเมตร รวมถึงคลังน้ำมันขนาด 150 ล้านลิตร คาดแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 4/64 โดยผลประกอบการปี 62-63 ยังไม่มีการรับรู้ผลกำไรจาก “โครงการท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เนื่องจากอยู่ระหว่างก่อสร้าง แต่ฝ่ายวิจัยได้รวมมูลค่าของโครงการท่อขนส่งน้ำมันในราคาเหมาะสมปี 63 แล้ว

กำไรโต27%-ย้ายเข้าSET

โดยปี 63 คาดกำไรปกติที่ 159 ล้านบาท ลดลง 95% จากปก่อน และรายได้ 4.02 พันล้านบาท เนื่องจากเห็นสัญญาณของอัตรากำไรขั้นต้นของ “ธุรกิจโรงไฟฟ้า” ที่ปรับตัวดีขึ้นหลังมีการติดอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และปี 63 จะรับรู้รายได้จาก “โรงไฟฟ้าสระยายโสม และโรงไฟฟ้าขุนพัดเพ็ง” กำลังการผลิตรวม 5.6 MW ซึ่งมีความคืบหน้าการก่อสร้างกว่า 98% อยู่ระหว่างรอใบอนุญาตเพื่อดำเนินการโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะได้ใบอนุญาตไม่เกินไตรมาส 1/63 อีกทั้งเริ่มรับรู้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง (EPC)คลังน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยหากเทียบกับกำไรปกติปี 62 ซึ่งไม่รวมกำไรพิเศษจากการขาย TPN สัดส่วน43% กำไรปี 63 จะเติบโต 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน

พร้อมกันนี้ PSTC มีแผนย้ายการจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) สู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีแผนรวมพาร์จาก 0.1 บาทสู่ 0.5 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีการขออนุมัติรวมพาร์ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญในเดือน เม.ย. 63 คาดว่าจะย้ายเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในไตรมาส 2/63 หลังการรวมพาร์แล้วเสร็จ ดังนั้นแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 0.88 บาท

TACCเล็งขยายเครือข่าย

ด้าน TACC ปี 63 คาดยอดขายเครื่องดื่มโถกดเย็นจะเติบโตดีตามการขยายสาขาของร้าน 7-11 รวมถึงการขยายธุรกิจออกนอกร้าน 7-Eleven ด้วยการจัดส่งผงเครื่องดื่มพร้อมชงให้กับร้านเครื่องดื่มชั้นนำ อาทิ กาแฟมวลชน, Jungle caf?, ARABITIA และ CP FreshMart รวมทั้งหมดราว 500 สาขา พร้อมกับเล็งหาโอกาสขยายเข้าสู่ร้านคาเฟ่อื่นๆ

อีกทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ ชานมบุก ได้กระแสตอบรับที่ดีทำให้ฐานรายได้เติบโตมากขึ้น ส่วนธุรกิจ Character Business ในการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Rilakkumna, Sumikko gurashi, Mamegoma และ หมาจ๋า ขยายตัวแข็งแกร่ง โดยมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นในปี63 คาดกำไรทำนิวไฮที่ 177 ล้านบาท  เติบโต13% จากปี 62 ที่คาดกำไรทำนิวไฮที่ 157 ล้านบาท จากปีก่อน ดังนั้นแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6.50 บาท

SKYจัดทัพชิงงานเข้าพอร์ต

ด้าน SKY มั่นใจผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่นตามการชนะประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่อง ประกอบกับการจับมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง SenseTime และ ITEL จะช่วยให้บริษัทสามารถรุกงานประมูลได้มากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) สูงถึงระดับ 4 พันล้านบาท ซึ่งจะมีการรับรู้ก้อนใหญ่ในช่วงไตรมส1/63

โดย “โครงการ AOT Digital Platform” จะรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปีครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ราว 100 ล้านบาท/ปี และอยู่ระหว่างนำเสนอ ให้กับสนามบินประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ (ยังไม่รวมในประมาณการ)

พร้อมกันนี้บริษัทเตรียมประมูลงานใหม่ๆ อีกหลายโครงการ เช่น งานโครงการ Digital Trunk Radio งาน Digital Platform และงาน Smart Security ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ ITEL เพื่อขยายกลุ่มธุรกิจ Security มากขึ้น โดยทั้งปี 63 คาดกำไรสุทธิทำนิวไฮที่ 311.6 ล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน แนะนำ“ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18.30 บาท

www.mitihoon.com