มิติหุ้น – JASIF รอซื้อสินทรัพย์ใหม่ลดแรงกดดันต่อราคาหน่วยลงทุน ชูจุดเด่นให้ผลตอบแทนสูง
ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF อยู่ระหว่างรอซื้อสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาหน่วยลงทุน โดยนายกิตติสร พฤติภัทร นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้ฐานด้านหลักทรัพย์ บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ราคาหน่วยลงทุน JASIF ถูกกดดันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเข้าซื้อทรัพย์สินใหม่ ซึ่งเลื่อนมา 2 ปีแล้ว แต่คาดว่าเงื่อนไขหลักๆทั้งหมดจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ และ JASIF จะได้ประโยชน์หลักๆ 3 เรื่องหากเข้าซื้อทรัพย์สินสำเร็จ
โดยมองว่า JASIF จะได้ขยายะระยะเวลาสัญญาเช่าในปัจจุบันออกไปจนถึงปี 2575 เนื่องจากสัญญาเช่าปัจจุบันระหว่าง JASIF กับ JAS จะสิ้นสุดในปี 2569 ทำให้ตลาดกังวลว่าจะมีการขยายระยะเวลาสัญญาเช่าออกไปหรือไม่ และถ้าขยายระยะเวลาสัญญาเช่า จะมีการให้ส่วนลดค่าเช่ามากหรือไม่ โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าจะมีการแก้ไขสัญญาเช่าปัจจุบันสำหรับทรัพย์สินที่มีอยู่เดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสัญญาสำหรับทรัพย์สินใหม่ ซึ่งคาดว่าอัตราค่าเช่าสำหรับปี 2569-2575 จะยังคงใช้สูตรปัจจุบันซึ่งอิงกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จึงคาดว่าจะไม่เห็นการให้ส่วนลดค่าเช่ามากนัก
ขณะที่แนวโน้มที่จะให้สิทธิขยายระยะเวลาสัญญาเช่าออกไปจนถึงปี 2585 หลังจากมีกรณีตัวอย่างให้เห็นจาก DIF นั้น เชื่อว่าจะมีข้อกำหนดที่อนุญาตให้ JAS ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าออกไปอีก 10 ปี หลังจากปี 2575 ถ้าสามารถทำตามเงื่อนไขที่กำหนดได้สำเร็จ เมื่อใช้สมมติฐานว่า JASIF นำแบบอย่างเดียวกันนี้มาใช้ในสัญญาใหม่ที่ทำกับ JAS มองว่ามีโอกาสสูงที่จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาเช่าออกไปจนถึงปี 2585 ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนว่าจะได้รับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
สำหรับส่วนต่างผลตอบแทนจากเงินปันผลระหว่าง JASIF กับ DIF จะแคบลง ในอดีตที่ผ่านมา ส่วนต่างผลตอบแทนจากเงินปันผลระหว่างสองกองทุนนี้อยู่ในช่วง 1.2-1.9ppt โดย JASIF มักจะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่า ปัจจุบันส่วนต่างผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 2.6ppt อ้างอิงผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดการณ์ในปี 2562 ฝ่ายวิจัยคาดว่าการเข้าซื้อทรัพย์สินได้สำเร็จจะส่งผลทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนจากเงินปันผลลดลงสู่ระดับอย่างน้อย 1.9ppt ซึ่งหมายความว่าราคาหน่วยลงทุน JASIF จะปรับขึ้นสู่ 11.1 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยเริ่มต้นการวิเคราะห์ JASIF ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และมีราคาเป้าหมาย 11.50 บาท โดย JASIF ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม IFF และ REIT ที่ 9.0% ในปี 2562 รวมทั้งยังเห็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการซื้อทรัพย์สินใหม่ ซึ่งนำมาใส่ไว้ในประมาณการแล้ว แต่ความเสี่ยงที่สำคัญคือ การเลื่อนซื้อทรัพย์สินใหม่ออกไปอีก และถ้า JAS ขายสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนใน JASIF ออกไปอีก 4.5%
www.mitihoon.com








