หน้าแรก ปักหมุด บอร์ดแข่งขันท...

บอร์ดแข่งขันทางการค้าเหวอ! สอบด่วน “แมคโคร” กินรวบ “โลตัส”

1007

บอร์ดแข่งขันทางการค้าตื่นจับตาการกลุ่มซี.พี. โยกกิจการโลตัสเข้า “สยามแมคโคร” รวบค้าส่งครบวงจร ส่อขัดเงื่อนไขข้อตกลงที่บอร์ด กขค.วางไว้หรือไม่

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) หรือ บอร์ดแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า ได้รับทราบข่าวการโอนกิจการของบริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ของกลุ่มซี.พี. ไปยังบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ที่เป็นการรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทรวมถึงทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันไปนังสยามแมครโคร ก่อนทำการจดทะเบียนเลิกกิจการซี.พี.รีเทลไป

โดยเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานการแข่งขันทางการค้า ไปพิจารณาดูว่า การโอนกิจการดังกล่าวผิดเงื่อนไขที่คณะกรรมการแข่งขันทางการค้ากำหนดไว้ หลังจากที่เห็นชอบให้กลุ่มซี.พี. ดำเนินการควบรวมกับบริษัท เทสโก้ สโตร์ส จำกัด และได้กำหนดเงื่อนไข 7 ข้อที่ทั้งสองชริษัทจะต้องปฏิบัติการก่อนการควบรวม  โดยได้กำชับให้ฝ่ายกฏหมายดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

“คงต้องพิจารณาว่าการปรับโครงสร้างของกลุ่มซีพี โดยการโอนกิจการของโลตัสทั้งหมดให้สยามแมคโคร ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกอาจ จะเข้าข่ายผิดเงื่อนไข 7 ข้อที่ให้ทางซีพีปฏิบัติตามหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ”

ก่อนหน้านี้เมืาอวันที่ 31 ส.ค. บมจ.สยามแม็คโคร แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติการรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด (CPRH) โดยบริษัทฯ จะรับโอนกิจการทั้งหมดของ CPRH ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินหนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดทั้งหมดของ CPRH ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะมีในอนาคต ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 217,949.07 ล้านบาท ด้วยวิธีโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) หรือ EBT เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ และส่งเสริมกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง และขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาค

โดยโครงสร้างการถือหุ้นของ “สยามแม็คโคร” หลังธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดและธุรกรรมการจัดสรรหุ้นเพื่อตอบแทนการรับโอนกิจการทั้งหมด และรวมถึงภายหลังการจดทะเบียนเลิกบริษัทของ CPRH และการคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นของ CPRH เสร็จสมบูรณ์สรุปได้ดังนี้

 

– CPALL จะมีสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงและโดยอ้อมใน สยามแม็คโคร “ลดลง” จากร้อยละ 93.08 เป็นร้อยละ 65.97

– CPH จะมีสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงใน สยามแม็คโคร เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.00 เป็นร้อยละ 20.43

– CPM จะมีสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงใน สยามแม็คโคร เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.00 เป็นร้อยละ 10.21

ทั้งนี้ การที่ สยามแม็คโคร รับโอนกิจการทั้งหมดและถือหุ้นของ CPRD จะส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจปัจจุบันและทำให้กลุ่มบริษัทแข็งแกร่งในการก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และสามารถขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาค  และต่อยอดให้กลุ่มบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกค้าส่งรายแรกในภูมิภาค ที่เป็นผู้นำในโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ (Online to Offline หรือ O2O)

โดยทางกลุ่มยืนยันไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับ CPALL โดยกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีความแตกต่างกันและไม่ใช่คู่แข่งของกันและกันโดยตรงกับธุรกิจของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

กล่าวคือ สยามแม็คโคร และ CPRD ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีรูปแบบร้านค้าที่หลากหลาย 1. ศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบชำระเงินสดและบริการตนเอง (cash and carry) 2. ไฮเปอร์มาร์เก็ต 3. ซูเปอร์มาร์เก็ต และ 4. มินิซูเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าใน

ขณะที่ธุรกิจหลักของ CPALL (ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ สยามแม็คโคร) ทำธุรกิจค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อ

สำหรับ เงื่อนไขจำนวน 7 ข้อที่ กขค.กำหนดให้กลุ่มซี.พี.ต้องปฏิบัติมนการควบรวมนั้น ประกอบด้วย

1. ห้ามธุรกิจในเครือควบรวมธุรกิจค้าปลีกค้าส่งรายอื่นนาน 3 ปี ไม่รวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

2. หลังควบรวมแล้วให้เพิ่มสัดส่วนสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี

3. หลังควบรวมแล้วห้ามมิให้ใช้หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาด

4. ให้คงสัญญาที่ทำไว้กับซัพพลายเออร์ 2 ปี

5. กำหนดระยะเวลาเครดิตเทอม กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นเวลา 30-45 วัน เป็นเวลา 3 ปี

6. ให้รายงานผลประกอบการต่อ กขค. เป็นเวลา 3 ปี

7. หลังควบรวมแล้วให้จัดทำ code of conduct เผยแพร่ต่อสาธารณะ

 

โดย: เนตรทิพย์ Special Report

ที่มา : http://www.natethip.com/news.php?id=4387