หน้าแรก คอลัมนิสต์ KrungSri Talk อดทนกับความผั...

อดทนกับความผันผวน ทั้งขึ้นและลง

121

ตลาดหุ้นไทยยุติขาลงและกลับสู่การ Sideway ตามที่เราประเมินไว้ก่อนหน้า และการที่ดัชนี SET index ยืนเหนือแนว 1,710 จุดได้ (เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันแบบ EMA ล่าสุดอยู่ที่ 1,707 จุด) ถือว่ามีนัยสำคัญในเชิง Technical analysis อย่างไรก็ดีเราประเมินในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน ส.ค.นี้ ตลาดจะอยู่ในช่วงของการผันผวน อาจแกว่งตัวขึ้นสลับลงได้ตลอด โดยมีปัจจัย 2 ประเด็นที่เราเชื่อว่าจะทำให้เกิดความผันผวนเกิดขึ้น

i) เราเริ่มกลับมากังวลในมุมมองด้าน Valuation ซึ่งล่าสุด Consensus ทยอยปรับลดประมาณการ EPS ของ SET index ลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 109 บาท/หุ้น จากตอนต้นปีที่ราว 110.5 บาท/หุ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เร่งตัวขึ้น (ผลจาก Fund flow และตลาดคาดหวังว่าที่ประชุม กนง จะทำการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งใน 2H61) ส่งผลให้ Earnings yield gap ถูกกดดันจากทั้ง 2 ทาง (ทั้งตัวตั้ง และ ตัวหาร) การเร่งขึ้นทั้ง 2 ทางลักษณะนี้ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่ตลาดจะเกิดการพักฐานได้ในกรณีดังนี้ หากว่า i) อัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลไทยยังไม่ชะลอตัวลง และ/หรือ ii) Consensus ยังทำการปรับลดประมาณการฯหุ้นไทย หลังการรายงานผลประกอบการ 2Q61 ที่จะรายงานครบทุกตัวภายในกลางเดือน ส.ค. ดังนั้นเราให้จับตาดู 2 ปัจจัยสำคัญนี้ จะเป็นตัวชี้วัดว่า “ตลาดจะพักฐาน” (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรฯยังปรับขึ้น และ/หรือ Consensus ปรับลดประมาณการฯ) หรือ “ตลาดจะ Sideway up” (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรฯ ชะลอการปรับขึ้น และ/หรือ Consensus ปรับเพิ่มประมาณการฯ)

ii) ขณะที่ปัจจัยจากต่างประเทศที่เคยกดดันตลาดหุ้นไทยและในภูมิภาค อย่างประเด็นสงครามการค้า สหรัฐฯ – จีน ซึ่งเราประเมินว่าจะมีข่าวในเชิง ลบสลับบวก ออกมาตลอดช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน ส.ค.นี้ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเส้นตายของการบังคับใช้กำแพงภาษี 2 แสนล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ หรือไม่ ในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ อย่างไรก็ดี เราเคยวิเคราะห์ไว้ในบทความก่อนหน้านี้ว่าราคาหุ้นในตลาดได้ซึมซับข่าวลบนี้ไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศในเอเชีย “น้อยมาก” และผลที่เกิดขึ้นก็เป็นจริงตามคาดคือตลาดไม่ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้สักเท่าไหร่แล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในทางกลับกันตลาดกลับมาคาดหวังการเจรจาระหว่าง จีน – สหรัฐฯ อาจจะเกิดขึ้นได้ตามมา

แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ทั้ง 2 ประเด็นที่กล่าวข้างต้น แต่เราเชื่อว่าช่วงครึ่งหลังของเดือน ส.ค.จะมีข่าวดีออกมากลบข่าวลบบ้าง ได้แก่ การรายงานตัวเลข GDP 2Q61 ของไทย ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจาก 1Q61 (1Q61 โต +4.8%) ดังนั้นเราแนะนำจังหวะตลาดผันผวน ลบสลับบวก จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีกำไรเติบโต / มีสตอรี่การลงทุนที่ชัดเจน ในช่วงที่ตลาดย่อตัวลงมา โดยประเมินกรอบ SET index 1,680 – 1,750 จุด กลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ i) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (กำไรพ้นจุดต่ำสุด + ดอกเบี้ยขาขึ้น) KBANK, BBL, SCB, KTB / ii) กลุ่มค้าปลีก (การบริโภคในประเทศฟื้น + ความเชื่อมั่นผู้บริโภคทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง) CPALL, COM7 / iii) กลุ่มนิคมฯ (ธีม EEC) AMATA, WHA / iv) กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี (ราคาพลังงานยืนสูง + Spread บางชนิดยืนสูง) SGP, IVL เป็นต้น

(โดยสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย

บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)